Keep your Females Persistent การรักษาความต่อเนื่องในการให้ผลผลิตของไก่แม่พันธุ์

Maintaining the persistency of both production and hatchability post 45 weeks can be challenging and certainly impacts the overall productivity of the flock. Management throughout the flock’s life can influence the late production period. The article reviews key points to examine to maintain a persistent flock.

การรักษาความต่อเนื่องของทั้งผลผลิตไข่และอัตราการฟักภายหลังอายุ 45 สัปดาห์ถือเป็นสิ่งท้าทายและส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการผลิตโดยรวมของฝูง การบริหารจัดการตลอดทั้งรุ่นล้วนมีอิทธิพลต่อระยะให้ผลผลิตช่วงท้าย บทความนี้จะทบทวนประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบเพื่อรักษาความต่อเนื่องของผลผลิตภายในฝูง

Rearing sets the stage for all performance.

ระยะไก่รุ่น: รากฐานของประสิทธิภาพการผลิตทั้งหมด

The potential of the flock is impacted right from the brooding period, especially in terms of uniformity. Poorly reared flocks are less predictable, more challenging to photostimulate, and have poorer persistency. Well-reared flocks should have bodyweight profiles close to the breed recommendations throughout rearing and especially just before light stimulation. Their fleshing and body conformation should be appropriate to their age. The birds should show good uniformity throughout rearing, with a Coefficient of Variation (CV%) below 8% or a uniformity better than 79%.

ศักยภาพของฝูงไก่ได้รับผลกระทบตั้งแต่ระยะกกไก่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความสม่ำเสมอ ฝูงสัตว์ปีกที่ผ่านระยะไก่รุ่นที่ไม่ได้มาตรฐานจะคาดเดาผลผลิตได้ยาก มีความท้าทายในการกระตุ้นด้วยแสงและมีประสิทธิภาพความต่อเนื่องของผลผลิตที่ต่ำกว่าฝูงที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี ควรมีโปรไฟล์น้ำหนักตัวที่ใกล้เคียงกับเกณฑ์แนะนำของสายพันธุ์ตลอดระยะไก่รุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนการกระตุ้นแสง สภาพความสมบูรณ์ของกล้ามเนื้ออกและโครงสร้างร่างกายต้องมีความเหมาะสมกับช่วงอายุ และฝูงไก่ควรแสดงความสม่ำเสมอที่ดีตลอดระยะไก่รุ่น โดยมีสัมประสิทธิ์ความแปรปรวน (CV%) ต่ำกว่า 8% หรือมีค่ายูนิฟอร์มมากกว่า 79%

Juvenile photorefractoriness, the birds’ inability to respond to light increases, must be dissipated by exposure to at least 18 weeks of short days, with 8 hours or less of light. If the light cannot be controlled below 11 hours per day during rearing, for example, in open-sided housing, the birds will not respond effectively to light increases, and can be delayed into production.

ภาวะดื้อต่อแสงในไก่รุ่นซึ่งเป็นสภาวะที่สัตว์ไม่สามารถตอบสนองต่อการเพิ่มระยะเวลาแสงได้ จะต้องถูกขจัดให้หมดไปโดยการให้สัตว์ได้รับช่วงระยะเวลาแสงสั้นเป็นเวลาอย่างน้อย 18 สัปดาห์ โดยให้ได้รับแสง 8 ชั่วโมงต่อวันหรือน้อยกว่า หากไม่สามารถควบคุมระยะเวลาแสงให้ต่ำกว่า 11 ชั่วโมงต่อวันในระหว่างระยะไก่รุ่นได้ (เช่น ในโรงเรือนระบบเปิด) สัตว์อาจตอบสนองต่อการเพิ่มแสงน้อย ซึ่งอาจส่งผลให้ระยะเวลาการเข้าสู่การให้ผลผลิตไข่ล่าช้าออกไป

Temperature takes its toll.

ผลกระทบจากอุณหภูมิสิ่งแวดล้อม

The effective temperature (the temperature the bird actually feels) has a substantial impact on the birds’ energy requirements. Many managers will feed the same peak feed irrespective of temperature. As the temperature declines, feed allocations may need to be increased or maintained to keep egg production at the same level. The nutrition team may also need to consider varying energy-to-amino acid ratios at different times of the year to support the additional energy needs without overfeeding lysine.

อุณหภูมิประสิทธิผล (Effective temperature คือ อุณหภูมิที่ตัวสัตว์สัมผัสและรู้สึกจริง) มีผลกระทบอย่างมากต่อความต้องการพลังงานของร่างกาย ผู้จัดการฟาร์มไก่พันธุ์จำนวนมากมักจะให้อาหารในช่วงพีคในปริมาณที่เท่ากันโดยไม่คำนึงถึงอุณหภูมิ ทั้งนี้ เมื่ออุณหภูมิลดต่ำลง อาจจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการจัดสรรอาหารหรือคงระดับไว้เพื่อรักษาผลผลิตไข่ให้อยู่ในระดับเดิม นอกจากนี้ ทีมโภชนาการสัตว์อาจต้องพิจารณาปรับเปลี่ยนสัดส่วนพลังงานต่อกรดอะมิโนในช่วงเวลาต่างๆ ของปี เพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ให้ไลซีนมากเกินไป

During the summer, birds may eat less due to the increased temperatures. Ensuring a constant supply of cool water may help, as may increasing airspeed or using evaporative cooling. It may still be necessary to change the feed form, such as reducing fines and increasing pellets, using ingredients with higher digestibility, or increasing fat in the diet to meet the birds’ energy needs.

ไก่อาจกินอาหารลดลงเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน การดูแลให้มีน้ำเย็นจ่ายอย่างต่อเนื่องสามารถช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้เช่นเดียวกับการเพิ่มความเร็วลมหรือการใช้ระบบทำความเย็นแบบระเหย  นอกจากนี้ อาจยังคงมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบของอาหาร เช่น การลดสัดส่วนของฝุ่นในอาหาร และเพิ่มสัดส่วนอาหารอัดเม็ด การใช้วัตถุดิบที่มีความสามารถในการย่อยสูง หรือการเพิ่มไขมันในสูตรอาหารเพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานของตัวสัตว์

Before adjusting feed allocations, ensure that egg production, egg weight, body weight, and feather coverage have all been taken into account, as these factors will also influence the birds’ energy requirements. Poor feather cover can result in additional feed to meet both the birds’ maintenance and production requirements.

ก่อนที่จะทำการปรับปริมาณการจัดสรรอาหาร ต้องมั่นใจว่าได้นำปัจจัยเรื่องผลผลิตไข่ น้ำหนักไข่ น้ำหนักตัว และขนที่ปกคลุมร่างกาย มาร่วมพิจารณาอย่างครบถ้วนแล้ว เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความต้องการพลังงานของร่างกาย การมีขนปกคลุมร่างกายน้อยอาจส่งผลต่อความต้องการอาหารเพื่อใช้ในการดำรงชีพและเพื่อการให้ผลผลิต

Long days for production

ช่วงระยะเวลาแสงยาวสำหรับการให้ผลผลิตไข่

Extending the light hours beyond 14 hours in early production can result in poorer persistency, so a maximum of 13-14 hours is recommended. If the birds are in open production houses with long summer days, the use of blackout curtains to shorten the day to a maximum of 14 hours is suggested. There is evidence that a two-hour boost in day length after 50 weeks can benefit egg production. A slight increase in feed at this time can also help support the extra output.

การขยายระยะเวลาแสงให้ยาวนานเกินกว่า 14 ชั่วโมงในช่วงต้นของการให้ผลผลิตสามารถส่งผลให้ความต่อเนื่องของผลผลิตด้อยลง ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้ระยะเวลาแสงสูงสุดที่ 13-14 ชั่วโมง หากสัตว์อยู่ในโรงเรือนระบบเปิดที่มีระยะเวลาแสงตามธรรมชาติยาวนานในฤดูร้อน แนะนำให้ใช้ผ้าม่านทึบแสงเพื่อลดระยะเวลาแสงให้เหลือสูงสุดไม่เกิน 14 ชั่วโมง ทั้งนี้ มีหลักฐานชี้เด่นชัดว่าการเพิ่มระยะเวลาแสงขึ้นอีก 2 ชั่วโมงหลังจากอายุ 50 สัปดาห์สามารถส่งผลดีต่อผลผลิตไข่ โดยการเพิ่มปริมาณอาหารขึ้นเล็กน้อยในช่วงเวลานี้สามารถช่วยรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นได้เช่นกัน

Check for synchronization

การตรวจสอบความพร้อมของไก่พ่อแม่พันธุ์

Males and females should be sexually synchronized at mating-up. If males are more advanced than females, this can result in over-mating, with increased feather wear on the females. If some of the males are underdeveloped, they can steal the females’ feed; therefore, they should be kept in a separate pen to mature. The concept of “more is better” persists in many parts of the industry, but often flocks with low fertility have mating ratios above the recommended levels.

ไก่เพศผู้และเพศเมียควรมีความพร้อมทางเพศพร้อมกัน (Sexual synchronization) เมื่อทำการรวมฝูงผสมพันธุ์ หากไก่เพศผู้มีพัฒนาการที่มากกว่าเพศเมียอาจนำไปสู่การผสมพันธุ์ที่บ่อยเกินไป (Over-mating) ส่งผลให้ขนของไก่เพศเมียหลุดร่วงและบอบช้ำมากขึ้น หากพบว่ามีไก่เพศผู้บางส่วนที่มีพัฒนาการต่ำกว่าเกณฑ์ สัตว์กลุ่มนี้อาจไปแย่งอาหารของไก่เพศเมีย ดังนั้นจึงควรแยกพวกมันไว้ต่างหากเพื่อเลี้ยงให้เจริญเติบโตเต็มที่ แนวคิดที่ว่า “ยิ่งมากยิ่งดี” ยังคงฝังรากลึกในอุตสาหกรรมนี้ แต่บ่อยครั้งที่พบว่าฝูงสัตว์ที่มีอัตราการปฏิสนธิต่ำมักจะมีสัดส่วนการผสมพันธุ์ (Mating ratios) ที่สูงกว่าระดับที่แนะนำ

Table 1: A guide to typical mating ratios

ตารางที่ 1: เกณฑ์แนะนำสัดส่วนการผสมพันธุ์มาตรฐาน

อายุจำนวนไก่เพศผู้ที่มีคุณภาพดี ต่อไก่เพศเมีย 100 ตัว
วันสัปดาห์
154-16822-249.5-10.0
168-21024-308.5-9.5
210-24530-358.0-8.5
245-28035-407.5-8.0
280-35040-507.0-7.5
350-ปลด50-ปลด6.5-7.0

Active weight management

การจัดการน้ำหนักตัวเชิงรุก

Regular monitoring of body weight and egg weight is essential to guide feed adjustments, rather than relying solely on a fixed feeding program. Overweight flocks require more feed to maintain their weight, so aggressively reducing feed or failing to account for the additional weight can result in rapid production drops. If flocks are underweight, pushing feed to bring them back to the guide often results in the weights overshooting the target and the flocks becoming overweight again, reducing egg production. Following the breeders’ diet recommendations will reduce amino acid intake as the birds age, effectively controlling fleshing without having to withdraw feed aggressively.

การติดตามน้ำหนักตัวและน้ำหนักไข่อย่างสม่ำเสมอถือเป็นสิ่งจำเป็นในการกำหนดแนวทางการปรับปริมาณอาหารมากกว่าการพึ่งพาโปรแกรมการให้อาหารแบบตายตัว ฝูงสัตว์ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์จะต้องการอาหารเพื่อการดำรงชีพที่มากกว่า ดังนั้นการลดอาหารอย่างรุนแรงหรือการละเลยไม่คำนึงถึงน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้ผลผลิตไข่ลดลงอย่างฉับพลัน ในทางตรงกันข้าม หากฝูงสัตว์มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ การโหมอัดอาหารเพื่อดึงน้ำหนักกลับมาตามเกณฑ์มักส่งผลให้น้ำหนักตัวพุ่งทะยานเกินเป้าหมาย และทำให้ฝูงสัตว์กลับมามีน้ำหนักเกินเกณฑ์อีกครั้ง ซึ่งจะลดทอนผลผลิตไข่ลง การปฏิบัติตามคำแนะนำด้านโภชนาการสำหรับไก่พันธุ์จะช่วยลดปริมาณการบริโภคกรดอะมิโนลงเมื่อสัตว์มีอายุมากขึ้น ซึ่งเป็นการควบคุมสภาพกล้ามเนื้ออกได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่จำเป็นต้องลดปริมาณอาหารอย่างรุนแรง

Egg weight and body weight should be used as management decision tools. By recording egg weight daily, trends in weight can be identified early. Birds that show increasing egg weight, greater than the guide, over a 3-4 day period are showing signs of being overfed. In contrast, declining trends in egg weight indicate that feed was withdrawn too quickly, and the flock may require careful return of some feed.

น้ำหนักไข่และน้ำหนักตัวควรใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจบริหารจัดการ การบันทึกน้ำหนักไข่เป็นประจำทุกวันจะช่วยให้ตรวจพบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว สัตว์ที่แสดงแนวโน้มน้ำหนักไข่เพิ่มขึ้นสูงกว่าเกณฑ์ต่อเนื่องกัน 3-4 วัน เป็นดัชนีชี้วัดว่ากำลังได้รับอาหารมากเกินไป ในทางกลับกัน แนวโน้มของน้ำหนักไข่ที่ลดลงแสดงว่ามีการลดปริมาณอาหารเร็วเกินไป และฝูงสัตว์อาจต้องการการชดเชยอาหารบางส่วนกลับคืนอย่างระมัดระวัง

Keep a close eye on the housing.

การเฝ้าระวังระบบโรงเรือนอย่างใกล้ชิด

Various elements of the housing can cause a loss in persistency. The more important ones are listed in Table 2.

องค์ประกอบต่างๆ ของโรงเรือนสามารถเป็นสาเหตุให้ความต่อเนื่องของผลผลิตลดลงได้ โดยปัจจัยที่สำคัญมีระบุไว้ในตารางที่ 2

Table 2. Housing conditions affecting breeder flock persistency.

ตารางที่ 2: สภาพโรงเรือนที่ส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของผลผลิตในฝูงพ่อแม่พันธุ์

สภาพโรงเรือนสิ่งที่สังเกตพบมาตรการแก้ไข
ความหนาแน่นในการเลี้ยงผลผลิตไข่ต่อตัวลดลงพบไข่พื้นมากขึ้นค่า CV% เพิ่มสูงขึ้นเกิดปัญหาเรื่องระยะเวลาในการกินอาหารหมดสัตว์เกิดภาวะขาดน้ำลดความหนาแน่นลงให้อยู่ในระดับที่แนะนำ (3.5-5.5 ตัว/ตร.ม. หรือ 2.0-3.1 ตร.ฟ./ตัว) ก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้นดูแลให้มีพื้นที่รางอาหาร หัวน้ำดื่ม และรังไข่เพียงพอตามเกณฑ์แนะนำ
การจัดการรางอาหาร/การให้อาหารระยะเวลาในการกินอาหารหมดเพิ่มขึ้นผลผลิตไข่ลดลงค่า CV% ของฝูงเพิ่มสูงขึ้นสัดส่วนของไข่พื้นเพิ่มขึ้นรักษาพื้นที่การกินอาหารของไก่เพศเมียตามเกณฑ์แนะนำ:ระบบราง: 15 ซม. (5.9 นิ้ว)/ตัวระบบแพนอาหาร: 10 ซม. (3.9 นิ้ว)/ตัวรักษาระยะห่างขั้นต่ำระหว่างไลน์อาหารที่ 100 ซม. (3.3 ฟุต)ลดเวลาในการกระจายอาหารให้เหลือไม่เกิน 3 นาที และ/หรือ กระจายอาหารในช่วงที่ยังไม่ได้เปิดไฟโรงเรือนปรับระดับความสูงของรางอาหารให้ถูกต้องด้วยระบบรอกกว้าน
การจัดการนิปเปิ้ลน้ำ/การให้น้ำผลผลิตไข่ลดลงสัตว์เกิดภาวะขาดน้ำสัดส่วนของไข่พื้นเพิ่มขึ้นรักษาพื้นที่การดื่มน้ำตามเกณฑ์แนะนำ:หัวนิปเปิ้ล: 6-10 ตัว/หัวนิปเปิ้ลถังน้ำแบบแขวน: 2.5 ซม. (1.0 นิ้ว)/ตัวระบบถ้วยน้ำ: 15-20 ตัว/ถ้วยปรับปรุงปริมาณการเข้าถึงน้ำและคุณภาพน้ำปรับมุมการดื่มน้ำสำหรับไก่โตที่ใช้ระบบนิปเปิ้ลให้อยู่ที่ 75-85 องศาปรับระดับความสูงของระบบให้น้ำให้ถูกต้องด้วยระบบรอกกว้าน
คุณภาพวัสดุรองพื้นวัสดุรองพื้นจับตัวเป็นก้อนแข็ง/ไม่ร่วนซุย — ไก่ไม่สามารถคลุกฝุ่นไซ้ขนได้ดูแลระบบการระบายอากาศให้เพียงพอและถูกต้อง เพื่อรักษาวัสดุรองพื้นให้แห้งและร่วนซุยอยู่เสมอ
สัตว์พาหะผลผลิตไข่ลดลงปริมาณการบริโภคน้ำเพิ่มขึ้นมั่นใจว่ามีมาตรการควบคุมสัตว์พาหะที่มีประสิทธิภาพ (เช่น กล่องวางเหยื่อล่อ) และลดช่องทางการเข้าถึงของสัตว์พาหะในบริเวณที่เลี้ยงไก่ให้เหลือน้อยที่สุด

It is crucial to ensure that management practices keep pace with ongoing genetic and production changes. Reviewing temperature, housing conditions, rearing practices, uniformity, body condition, weights, and external factors are all critical to the success of your flocks. Feed levels should no longer be set programmatically, but instead adjusted to the specific conditions of each flock to maintain optimal chick output.

การดูแลให้แนวทางการบริหารจัดการก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมและระบบการผลิตที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การทบทวนตรวจสอบอุณหภูมิ สภาพโรงเรือน แนวทางปฏิบัติในระยะไก่รุ่น ความสม่ำเสมอ สภาพความสมบูรณ์ของร่างกาย น้ำหนักตัว และปัจจัยภายนอก ล้วนเป็นดัชนีชี้วัดวิกฤตต่อความสำเร็จของฝูงสัตว์ปีก ระดับการให้อาหารไม่ควรถูกกำหนดตามโปรแกรมแบบตายตัวอีกต่อไป แต่ควรปรับเปลี่ยนตามสภาวะจำเพาะของฝูงสัตว์แต่ละรุ่น เพื่อรักษาปริมาณผลผลิตลูกไก่ให้อยู่ในระดับสูงสุดอย่างมีประสิทธิภาพ

For more information, visit the Aviagen Info Center or scan the QR code.

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ Aviagen Info Center หรือสแกน QR code

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related News