ปลาต่างถิ่นในไทยมีมากกว่าหมอคางดำ แล้วทำไมถึงมองต่างกัน?

               เมื่อพูดถึงปลาต่างถิ่น หลายคนมักนึกถึงปลาหมอคางดำเป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริง แหล่งน้ำธรรมชาติของไทยมีปลาต่างถิ่นอีกหลายชนิดที่เข้ามาตั้งรกรากและขยายพันธุ์มานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นปลาหมอมายัน ปลาหมอบัตเตอร์ ปลาดุกแอฟริกัน ปลาซัคเกอร์ รวมถึงปลาอื่น ๆ ที่เคยถูกนำเข้ามาเพื่อการเพาะเลี้ยง เป็นปลาสวยงาม หรือหลุดรอดลงสู่ธรรมชาติในช่วงเวลาต่าง ๆ

               ที่น่าสนใจคือ ปลาต่างถิ่นหลายชนิดในอดีตเคยถูกมองว่าเป็นปัญหาไม่ต่างจากปลาหมอคางดำ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนกลับเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับสถานการณ์และนำปลาเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะการนำมาประกอบอาหาร จนกลายเป็นทรัพยากรอาหารของชุมชนในหลายพื้นที่

               ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ปลาหมอมายัน และ ปลาหมอบัตเตอร์ ซึ่งในหลายจังหวัดมีการจับมาทำอาหารอย่างจริงจัง ทั้งทอดกรอบ ต้มยำ แกง หรือเผา ชาวประมงพื้นบ้านจำนวนมาก มองปลาเหล่านี้ช่วยสร้างรายได้และเป็นแหล่งอาหารในท้องถิ่น จนบางพื้นที่จำนวนปลาลดลงจากการถูกจับอย่างต่อเนื่อง

               เช่นเดียวกับปลาดุกแอฟริกัน ที่มีทั้งกรณีการเพาะเลี้ยง การหลุดรอด และการปล่อยลงสู่ธรรมชาติในอดีต จนกลายเป็นปลาต่างถิ่นที่พบได้ทั่วไปในหลายแหล่งน้ำ แต่ปัจจุบันกลับถูกบริโภคอย่างแพร่หลายจนแทบไม่มีใครตั้งคำถามถึงสถานะความเป็นปลาเอเลี่ยนของมันอีกแล้ว

               อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ ต้นกำเนิดของสัตว์น้ำต่างถิ่นจำนวนมากในประเทศไทย หลายกรณีมีข้อสันนิษฐานหรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับการลักลอบนำเข้า การนำเข้าที่ไม่ได้รับอนุญาต การค้าสัตว์น้ำสวยงาม หรือการเคลื่อนย้ายพันธุ์สัตว์น้ำข้ามพื้นที่โดยขาดการควบคุม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนจำนวนมากยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการแพร่กระจายสัตว์น้ำต่างถิ่นหลายชนิด

               ต่างจากกรณีปลาหมอคางดำ สังคมกลับให้ความสนใจกับการนำเข้าในอดีตเพียงเหตุการณ์เดียวเป็นหลัก จนบางครั้งทำให้ประเด็นอื่น ถูกมองข้ามไป ไม่ว่าจะเป็นความเป็นไปได้ของการแพร่กระจายในภายหลัง การเคลื่อนย้ายโดยมนุษย์ การปล่อยลงแหล่งน้ำโดยเจตนาหรือไม่เจตนา รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีส่วนทำให้ปัญหาขยายวงกว้างขึ้น

               ไม่ได้หมายความว่าการตรวจสอบต้นทางไม่สำคัญ แต่หากต้องการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง การมุ่งมองเฉพาะจุดเริ่มต้นเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะต่อให้ทราบว่าใครนำเข้าครั้งแรก ก็ไม่ได้ทำให้ปลาที่อยู่ในธรรมชาติหายไปได้ในทันที สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการทำความเข้าใจกลไกการแพร่กระจายทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นกับสัตว์น้ำต่างถิ่นชนิดอื่นในอนาคต

               ขณะเดียวกัน ภาพลักษณ์ด้านลบที่เกิดขึ้นกับปลาหมอคางดำ ทำให้คนจำนวนมากไม่กล้านำมาบริโภคหรือใช้ประโยชน์ ทั้งที่ในความเป็นจริงปลาต่างถิ่นหลายชนิดก่อนหน้านี้ก็เคยถูกมองว่าเป็นปัญหาเช่นกัน แต่สุดท้ายกลับถูกจับมาทำอาหาร หรือใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลายจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชุมชน

               แน่นอนว่าการจับไปใช้ประโยชน์เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการจัดการปลาหมอคางดำ เพราะยังมีการสืบพันธุ์ การฟักไข่ และการเพิ่มจำนวนอย่างต่อเนื่อง แต่การนำปลาออกจากระบบนิเวศเพื่อใช้ประโยชน์ ก็เป็นหนึ่งในวิธีลดจำนวนที่เห็นผลได้จริงในทางปฏิบัติ มากกว่าการปล่อยให้ประชากรเพิ่มขึ้น โดยไม่มีการจัดการ แล้วโยนกันไปมาว่าเป็นหน้าที่ของใคร หรือใครจะเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหา

               ขณะเดียวกัน หลายภาคส่วนก็เริ่มมองว่าการแก้ปัญหาสัตว์น้ำต่างถิ่นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในระดับพื้นที่มากขึ้น ไม่ใช่เพียงการรอการดำเนินงานจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว โดยล่าสุด เครือข่ายเฝ้าระวังและจัดการสัตว์น้ำต่างถิ่นผิดกฎหมาย เตรียมจัดประชุมหารือร่วมกันในช่วงปลายสัปดาห์นี้ (17-18 มิถุนยาน 69)ที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ปลาหมอคางดำและสัตว์น้ำต่างถิ่นชนิดอื่น ๆ จากหลายพื้นที่ ทั้งสมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี

               การหารือดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาด ผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนแนวทางการยกระดับการทำงานของเครือข่ายและกลุ่มเกษตรกร เพื่อรวบรวมข้อเสนอเชิงรูปธรรมต่อภาครัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาสัตว์น้ำต่างถิ่นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงปลาหมอคางดำ แต่เป็นประเด็นที่หลายพื้นที่กำลังเผชิญและต้องการแนวทางจัดการร่วมกันในระยะยาว

               ท้ายที่สุด ปัญหาของสัตว์น้ำต่างถิ่นจำนวนมากที่ประเทศไทยต้องเผชิญมาหลายสิบปี บางชนิดถูกจับนำไปใช้ประโยชน์จนลดจำนวน บางชนิดยังคงขยายพันธุ์ต่อไป และบางชนิดอาจกำลังรอวันกลายเป็นปัญหาใหม่ หากไม่มีมาตรการป้องกันการนำเข้า การลักลอบปล่อย และการเคลื่อนย้ายพันธุ์สัตว์น้ำที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ไทยก็อาจต้องเผชิญปัญหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกในอนาคต

               และบางที การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนที่สุด อาจไม่ใช่การมองสัตว์น้ำต่างถิ่นเป็นเพียงผู้ร้ายของระบบนิเวศเท่านั้น แต่คือการทำความเข้าใจสาเหตุของปัญหา การป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเพิ่มเติม และการหาวิธีจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมส่วนรวม…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *